"Hunuak" อ่านว่า หูหนวก ครับ ไซต์นี้จะรวบรวมข่าวที่เกี่ยวกับคนหูหนวกก็ดี ภาษามือก็ดี และได้เครือข่ายใหม่ ชื่อว่า "Hunuak TV" จัดทำเป็่นวีดีทัศน์ ติดตามชมนะครับ :] Hunuak is Thai word, mean DEAF. This blog accummulate news about Deaf, Sign Language and disability.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หูหนวก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หูหนวก แสดงบทความทั้งหมด
16 มกราคม 2556
04 กันยายน 2555
บ.ยาขออภัยเหล่าเหยื่อ หลังผลิตยา"อัปลักษณ์" ส่งผลคนพิการนับหมื่นคน-ผู้ป่วยเมินให้อภัย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ว่า บริษัทเวชภัณฑ์"กรึนเนทัล"ของเยอรมัน ได้ออกมาขออภัยเป็นครั้งแรก ต่อการผลิตยา"ธาลิโดไมด์"ซึ่งส่งผลกระทบให้เด็กต้องเกิดมามีขาและแขนสั้นกว่าปกติ จากภาวะพิการตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ในช่วงปี 1950-1960 ยาดังกล่าวถูกใช้เพื่อระงับการง่วงในช่วงเช้า โดยเด็กที่ป่วยนอกจากจะมีอาการพิการแล้ว รายอื่น ๆ ยังมีอาการป่วยโรคหัวใจ ประสาทการได้ยินและการมองเห็นมีปัญหา และบางรายมีอาการสมองกระทบกระเทือน
โดยนายเฮรัลด์ สต๊อก ผู้บริหารของกรึนเนทัล ออกโรงขอโทษดังกล่าวหลังจากเดินทางไปยังอนุสรณ์สถานของผู้ป่วยจากยาตัวนี้ ในเมืองสโตเบิร์ก ของเยอรมนี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของบริษัท บริษัทระบุว่าสาเหตุล่าช้าในการออกมาขอโทษผู้ได้รับผลกระทบกว่า 50 ปี เนื่องจากช็อกกับชะตากรรมของเหล่าเหยื่อ และว่า บริษัทจำเป็นจะต้องขออภัยอย่างเป็นทางการหลังจากได้พูดคุยกับบุคคลที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะนับตั้งแต่ปี 2007 โดยบริษัทรับประกันที่จะจ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวน 50 ล้านดอลลาร์ในปี 2009 เพื่อช่วยเหลือบุคคลที่ได้รับผลกระทบทั้งในเยอรมนีและประเทศอื่น ๆ โดยบริษัทได้เริ่มจ่ายเงินชดเชยดังกล่าวให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบเมื่อเร็วๆ นี้ ด้วย
ประเมินว่า มีเด็กกว่า 10,000 คนทั่วโลกได้รับผลกระทบจากยาตัวนี้ โดยจำนวนนี้มีผู้ป่วย 5,000 รายยังคงมีชีวิตอยู่ ในจำนวนนี้ 400 คนเป็นชาวอังกฤษ อย่างไรก็ตาม นายเฟรดดี้ อัตบิวรี่ ประธานกลุ่มรณรงค์ต่อสู้ปัญหาจากยา"ธาลิโดไมด์"ซึ่งเกิดในปี 1959 โดยไม่มีแขนและขา กล่าวว่า การออกมาขออภัยนี้ถือว่าสายไปแล้ว และมันใช้เวลานานกว่ากรึนเนทัลจะออกมาขอโทษผู้คน แม้ว่าจะมีผู้คนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากยาตัวนี้ ที่ต้องต่อสู้กับปัญหาสุขภาพ ทั้งในอังกฤษและทั่วโลก
มติชนออนไลน์ซ 3 กันยายน 2555
http://www.matichon.co.th
14 สิงหาคม 2555
หนุ่มหูหนวกไทยหอบสินสอดแต่งสาวหูหนวกเวียดนาม
หนุ่มหูหนวกชาวไทยหอบสินสอดสู่ขอสาวหูหนวกถึงเวียดนาม
ก่อนแต่งอีกรอบที่ จ.ตรัง เผยพบรักเมื่อ 5 ปีที่แล้วขณะไปเที่ยวสหรัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (13 ส.ค.) ที่อาคารคอซิมบี้
เทศบาลเมืองกันตัง อ.กันตัง จ.ตรัง มีการจัดพิธีแต่งงานระหว่างนายวรพงศ์ เอกผล หรือ เต็ก อายุ 32 ปี และ น.ส.เงียน ติ๊
เฟือง อายุ 24 ปี
จากเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ซึ่งต่างเป็นหูหนวกทั้งคู่
ท่ามกลางครอบครัวของเจ้าบ่าวและพ่อแม่ของเจ้าสาว
และแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีกว่า 500 คน
น.ส.วิริยาภรณ์ เอกผล
อายุ 33 ปี พี่สาวเจ้าบ่าว กล่าวว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้วนายวรพงศ์ไปเที่ยวสหรัฐแล้วมีโอกาสเจอเพื่อน น.ส.เงียน ติ๊ เฟือง
ต่อมามีการแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน ขณะนั้นฝ่ายหญิงยังอยู่เวียดนาม
จากนั้นทั้งคู่ติดต่อพูดคุยกันทางอินเตอร์เน็ต ก่อนจะตกลงคบหาดูใจกัน
กระทั่งความรักสุกงอมจึงจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ที่เมืองไฮฟง ประเทศเวียดนาม
บ้านเกิดของฝ่ายหญิง โดยเจ้าบ่าวนำเงินสด 60,000 บาท
ทองรูปพรรณ 50 สตางค์ รวมมูลค่ากว่า 75,000 บาท ไปสู่ขอฝ่ายหญิงตามประเพณี
โดยหลังเสร็จพิธีทั้งคู่จะบินไปจดทะเบียนสมรสอีกครั้งที่เวียดนาม
ส่วนจะเลือกอยู่ที่ประเทศไหนบ่าวสาวจะตัดสินใจอีกครั้ง
21 กรกฎาคม 2555
Reflection of Mind
มีเพื่อนในคลิปวีดีโอนี้ด้วย ลองคลิกดูนะ
Creative: หรินทร์ แพทรงไทย
ผู้กำกับ&ตัดต่อ: พิอ้าย แจ่มจันทร์
ภาพ: ชัยวัฒน์ ถกลอดิสัย
Creative: หรินทร์ แพทรงไทย
ผู้กำกับ&ตัดต่อ: พิอ้าย แจ่มจันทร์
ภาพ: ชัยวัฒน์ ถกลอดิสัย
12 กรกฎาคม 2555
เด็กหูหนวกในประเทศไทยมีกว่าล้าน ๘ แสนคน เด็กชนบทเสี่ยงมากกว่าเด็กในเมือง
มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยการสนับสนุนของบริษัทอินทิเมกซ์ เปิดโครงการ “หนูอยากได้ยินเสียงแม่” ณ โรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์ จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๖๐ ปีแห่งการก่อตั้งมูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือผู้บกพร่องทางการได้ยิน โดยเฉพาะเด็กวัย ๐-๗ ปี ให้เข้าถึงอุปกรณ์ช่วยการได้ยิน ส่งเสริมให้เด็กได้รับโอกาสในการเข้าถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกับเด็กทั่วไป มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี สามารถอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยมีความประสงค์จะมอบเครื่องช่วยฟังหรือประสาทหูเทียมให้ผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินที่ผ่านการพิจารณาแล้ว
นายศุขสนั่น โชติกเสถียร ประธานกรรมการมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกในพระบรมราชินูปถัมภ์กล่าวว่า สถิติเด็กที่เกิดมาแล้วหูหนวกมีประมาณ ๓ ในพันคน หรือประมาณ ๑ ล้าน ๘ แสนคนทั่วประเทศ ซึ่งคนหูหนวกนั้นจะเป็นใบ้โดยปริยาย คนหูหนวกมีปัญหามากกว่าคนตาบอด คนตาบอดสามารถได้ยินและพัฒนาการได้เหมือนคนปกติ ขณะที่คนหูหนวกจะไม่สามารถพูดได้ และมีโอกาสที่จะเป็นบุคคลปัญญาอ่อนได้ด้วย ดังนั้นจึงต้องเร่งให้ความช่วยเหลือบุคคลหูหนวกเพื่อให้เขาได้มีโอกาสทางสังคมอย่างเท่าเทียมกับคนอื่น
นอกจากนี้ยังพบว่าพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร เด็กมีโอกาสเสี่ยงเกิดมาหูหนวกมากกว่าเด็กในเมือง เนื่องจากมีลักษณะการดำรงชีวิตที่ไม่เหมาะกับสุขภาวะ เช่น แม่อาจจะใช้ยาปฏิชีวนะ หรือเด็กทารกที่เป็นหัดเยอรมัน ไข้สูง อย่างไรก็ตามพบว่าปัจจุบันสถิติเด็กที่เกิดใหม่จำนวนเด็กหูหนวกลดลง (สวท.เชียงใหม่ออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย๗ ก.ค.๒๕๕๕)
09 กรกฎาคม 2555
ดช. ๕ ปี ทำคบเพลิงโอลิมปิกขายช่วยคนหูหนวก
โลแกน แม็คเคอร์โรว์ เด็กชายวัย ๕ ขวบ เกิดได้ความคิดหลังจากที่เห็นคบเพลิงโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ ๓๐ หรือ ลอนดอนเกมส์ ๒๐๑๒ ได้ถูกโพสต์ขายบนอินเทอร์เน็ต ด้วยราคาที่สูงหลายพันปอนด์ จึงคิดนำเอากระดาษมาสร้างเป็นคบเพลิงโอลิมปิก พร้อมทั้งได้เสนอขายทางอินเทอร์เน็ตเช่นกัน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป เพื่อช่วยเหลือในการนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายคบเพลิงกระดาษ ไปมอบให้องค์กรการกุศลช่วยเหลือคนหูหนวกต่อไป (ไอเอ็นเอ็นออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย๗ ก.ค.๒๕๕๕)
30380
26 มิถุนายน 2555
มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกจัดโครงการ ‘หนูอยากได้ยินเสียงแม่’ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๖๐ ปี
คนเรานั้น “เลือกเกิด” ไม่ได้ บ้างก็เกิดมาครบสมบูรณ์สามสิบสอง และบ้างก็เกิดมาร่างพิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ด้วยเหตุนี้นี่เอง “มูลนิธิ” ต่างๆจึงเกิดขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้พิการทั้งหลายและมูลนิธิต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น มี “มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมป์” รวมอยู่ด้วย
จากวันนั้นถึงวันนี้ มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกฯ เดินทางมาครบ ๖๐ ปีแล้ว และเนื่องในโอกาสครบรอบ ๖๐ ปีแห่งการก่อตั้งนี้เอง ทางมูลนิธิฯได้จัดโครงการ “หนูอยากได้ยินเสียงแม่” ช่วยผู้บกพร่องทางการได้ยินขึ้นโดย “ดร.มลิวัลย์ ธรรมแสง” ประธานฝ่ายวิชการมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกในพระบรมราชินูปถัมป์ เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ ๖๐ ปี แห่งการก่อตั้งมูลนิธิ อนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้จัดโครงการ “หนูอยากได้ยินเสียงแม่” ขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้บกพร่องทางการได้ยิน โดยเฉพาะเด็กวัย ๐-๗ ปี ให้เข้าถึงอุปกรณ์ช่วยการได้ยิน ช่วยส่งเสริมให้เด็กได้รับโอกาสในการเข้าถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกับเด็กทั่วไป มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี สามารถอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยมีการมอบอุปกรณ์ช่วยการได้ยิน คือ เครื่องช่วยฟัง หรือประสานหูเทียม ด้วยการสมัครร่วมโครงการ “หนูอยากได้ฟังเสียงแม่” เพื่อขอรับการพิจารณาความเหมาะสม
ภายในงานยังมีการร่วมเสวนากับ ร.ศ.ดร ปริญญา หลวงพิทักษ์ชุมพล นักแก้ไขการได้ยิน คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย ร่วมแสวนาในหัวข้อ อุปกรณ์และเทคโนโลยีช่วยการได้ยิน อาจารย์ประหยัด ทรงคำ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขต ๘ เชียงใหม่ ร่วมแสวนาในหัวข้อ สิทธิ์ทางการศึกษา การเข้าถึงบริการ สื่อ สิ่งอำนวยความสะดวกของเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ดร.สุจิตรพร เลอศิลป์ อาจารย์ประจำภาควิชากิจกรรมบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมเสวนในหัวข้อ การให้บริการระยะเชื่อมต่อจากระบบการให้บริการ ช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสู่ระบบโรงเรียน อาจารย์พิมลพร จันทร์สมดี รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร ร่วมเสวนาในหัวข้อ ทางเลือกทางการศึกษาสำหรับเด็กหูหนวก โดยมี ดร.มลิวัลย์ ธรรมแสง ประธานฝ่ายวิชาการมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
งานนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๘.๐๐-๑๒.๓๐ น. ณห้องแกรนด์บอลรูมโรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์ ๒๐๐๐ ผู้ที่สนใจและคนบันเทิงทั้งหลาย ว่างๆก็แวะมาร่วมงานกันได้ เพื่อเป็นความรู้และช่วยเหลือเด็กพิการผู้ด้อยโอกาส(เชียงใหม่นิวส์ออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย ๒๔ มิ.ย.๒๕๕๕) 30,160
24 พฤษภาคม 2555
งานเสวนาเพื่อผู้ปกครองเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินช่วงอายุ ๗ ขวบปีแรก
เนื่องในโอกาสครบรอบ ๖๐ ปี มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิฯ ร่วมกับ ศูนย์การศึกษาพิเศษ โรงเรียนสาธิตละอออุทิศมหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนดุสิต จัดงานเสวนาเพื่อผู้ปกครองเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โดยเฉพาะช่วงอายุ ๗ ขวบปีแรก ซึ่งเริ่มเข้าสู่สังคมการศึกษา เรื่อง “เปิดโลกเงียบ สู่สังคมการศึกษา ด้วยเทคโนโลยี” ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๕๐ พรรรษา มหาวชิราลงกรณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (เยื้องห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง) ในวันเสาร์ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๘.๐๐-๑๒.๐๐ น.ไม่เสียค่าใช้จ่าย
สำหรับผู้ที่มางานเสวนาในครั้งนี้สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับการพิจารณาเข้าโครงการ “หนูอยากได้ยินเสียงแม่” เพื่อรับบริจาค เครื่องช่วยฟังหรือประสาทหูเทียมจาก มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ฟรี…ติดต่อลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ ๐๘-๑๙๙๒-๑๕๕๗ (ThaiPR. net ออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย ๒๓ พ.ค.๒๕๕๕) (HUNUAK)
สาวหูหนวกเป็นใบ้ เธอสู้ จนได้เป็นนางแบบที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก
เธอชื่อ Brenda Costa นางแบบวัย ๒๔ จากบราซิล แม้เธอจะพิการหูหนวกเป็นใบ้แต่กำเนิด แต่พระเจ้าก็มอบรูปร่างหน้าตาอันแสนเซ็กซี่ เย้ายวน ไว้ให้เธอด้วย เธอจึงสามารถก้าวขึ้นสู่ทำเนียบนางแบบระดับโลกได้ แต่กว่าจะได้รับการยอมรับ Brenda ต้องต่อสู้กับเพื่อนมนุษย์บางคนที่มีร่างกายปกติแต่จิตใจไม่ปกติ ที่ชอบดูถูกดูแคลนคนพิการ
ความโชคดีอีกอย่างของ Brenda ก็คือ แม้จะเกิดมาพิการหูหนวกเป็นใบ้ แต่ก็เกิดมาในครอบครัวที่ฐานะดี พ่อเป็นหมอ แม่เป็นอดีตนางแบบ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า เธอได้ความเซ็กซี่มาจากไหน พ่อแม่ รักษาความพิการของ Brenda โดยไม่ยอมส่งเธอไปเข้าเรียนในโรงเรียนของคนหูหนวก แต่ให้เธอเรียนร่วมกับเด็กปกติในโรงเรียนปกติ
ตอน ๖ ขวบ Brenda เริ่มฝึกพูดและเรียนรู้วิธีการอ่านริมฝีปากของคู่สนทนา ทำให้เธอเข้าใจทุกอย่าง เวลาที่มีใครพูดกับเธอ หรือไม่ต้องพูดกับเธอ แต่ถ้าเธออยากรู้ว่าใครพูดอะไร เธอก็เพียงมองดูที่ริมฝีปาก ก็จะรู้ทันทีว่าใครกำลังนินทาเธออยู่รึเปล่า แต่ต้องเป็นภาษาโปรตุเกตเท่านั้น
Brenda สื่อสารด้วยการพูดก็ได้ครับ แต่ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ตามประสาผู้พิการหูหนวกเป็นใบ้ คู่สนทนาต้องใช้ความอดทน ฟังเธอพูดอย่างช้าๆ แต่ถ้าใครรู้ภาษามือ ก็เข้าไปส่งภาษามือพูดคุยกับเธอได้เลย
ตอนเรียนร่วมกับเด็กปกติ แน่นอนครับว่า Brenda ต้องถูกเด็กไม่ดีบางคนแกล้งและแสดงความรังเกียจ เคยมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งชอบล้อเลียนความพิการของเธอ ทั้งที่เด็กผู้ชายคนนั้นก็สายตาสั้น Brenda เลยตรงเข้าไปถอดแว่นของเด็กผู้ชายคนนั้นออก แล้วก็ยึดไว้ซะเลย แล้วเธอก็พูดกับเด็กผู้ชายคนนั้นว่า"ฉันเป็นใบ้ ส่วนเธอก็มองไม่เห็น"หลังจากวันนั้น เด็กผู้ชายคนนั้นไม่เคยแกล้ง Brenda อีกเลย
พอโตเป็นเด็กมัธยม Brenda ถูกเพื่อนสนิท ปฏิเสธไม่ให้เดินกลับบ้านด้วยกัน ทั้งที่ปกติก็พูดคุยกันดี ตอนนั้น Brenda คิดว่า เพื่อนอาจจะอายคนอื่น ที่ต้องเดินกลับบ้านกับคนหูหนวกเป็นใบ้อย่างเธอ แต่พ่อกับแม่จะบอก Brenda อยู่เสมอว่า"คนที่ปฏิเสธลูก เป็นเพราะพวกเขายังไม่รู้จักลูกดีพอ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่พวกเขาทำความรู้จักลูกให้มากกว่านี้ พวกเขาจะต้องเปลี่ยนใจ"
พออายุ ๑๖ แววสวยของ Brenda เริ่มเผยออกมา แม่พาเธอไปคุยกับเอเจนซี่นางแบบหลายสิบแห่งในบราซิล ทุกเอเจนซี่บอกเหมือนกันหมดว่า Brenda สวยมาก แต่กลัวว่าความพิการหูหนวกเป็นใบ้ของเธอ จะทำให้เกิดความลำบาก เวลาที่ต้องทำงานร่วมกับคนปกติ ทั้งที่ Brenda ก็ใช้ชีวิตร่วมกับคนปกติมาตลอดชีวิตและเข้าใจคำพูดทุกอย่าง หากช่างภาพแฟชั่นต้องการให้เธอโพสต์ท่าแบบไหน เธอก็สามารถทำตามความต้องการของช่างภาพได้ทันที แต่หลังจากถูกเอเจนซี่หลายสิบแห่งปฏิเสธ เอเจนซี่สุดท้ายที่ตัดสินใจรับ Brenda เข้าเป็นนางแบบในสังกัด ก็เพราะเจ้าของเอเจนซี่ มีลูกชายเป็นผู้พิการหูหนวกเป็นใบ้เหมือนกับ Brenda เขาจึงเล็งเห็นศักยภาพในตัวผู้พิการและต้องการให้โอกาส Brenda ในที่สุดเอเจนซี่ก็ตัดสินใจส่งเธอมาคาสติ้งงานที่กรุงปารีสในปี ๒๐๐๓
เมื่อมาถึงกรุงปารีส Brenda เล็งเห็นความก้าวหน้าในอาชีพนางแบบระดับโลก เธอตัดสินใจเรียนรู้วิธีอ่านริมฝีปากของคู่สนทนาเป็นภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสด้วยตัวเอง จากเดิมที่เธออ่านริมฝีปากของคู่สนทนาเป็นภาษาโปรตุเกตได้เพียงภาษาเดียว
ความสวยคมเข้มบวกกับความเป็นคนพิเศษของ Brenda ก็ไปเข้าตา Models.com เว็บไซด์นางแบบอันดับหนึ่งของโลก ที่จัดให้ Brenda เป็น Model Of The Week ของเว็บไซด์ช่วงต้นปี ๒๐๐๓ ซึ่งนี่แหล่ะครับ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Brenda เริ่มเป็นที่รู้จักของคนในวงการแฟชั่นระดับโลก
ช่วงที่เธอเดินแบบใหม่ๆ Brenda บอกว่า เพื่อนนางแบบบางคนไม่รู้ว่าเธออ่านริมฝีปากและสามารถเข้าใจทุกคำพูดได้ทันที เธอจึงได้รู้ว่าเพื่อนนางแบบบางคนดูถูกเธอ เพราะพวกเธอชอบนินทา Brenda ว่า คนพิการหูหนวกเป็นใบ้แบบ Brenda ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพนางแบบ
ช่างภาพแฟชั่นส่วนหนึ่งก็ไม่อยากทำงานกับเธอ เพราะกลัวว่า จะสื่อสารกับเธอไม่รู้เรื่อง ทั้งที่จริงๆแล้ว ไม่ว่าช่างภาพจะสั่งอะไร Brenda ก็เข้าใจและสามารถทำให้ตามที่ช่างภาพต้องการได้ทุกอย่าง รวมถึงโปรดิวเซอร์งานแฟชั่น วีค บางคนก็รังเกียจเธอ เวลาพูดกับ Brenda ตอนซ้อมเดินแบบก็ชอบตะคอกและพูดเสียงดังใส่เธอ แต่ความเลวร้ายของเพื่อนมนุษย์บางคนที่มีร่างกายปกติแต่จิตใจไม่ปกติเหล่านี้ Brenda ไม่เคยเอามาใส่ใจ แต่เธอกลับนำความเลวร้ายที่เธอถูกกระทำจากเพื่อนมนุษย์เหล่านี้ มาเป็นแรงขับ ที่ช่วยผลักดันให้เธอต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งเพื่อเอาชนะคำสบประมาทเหล่านี้ให้ได้ อย่างไรก็ตาม ในวงการแฟชั่นไม่ได้มีแต่มนุษย์ที่ใจคอโหดร้ายอย่างเดียว คนแฟชั่นที่เป็นคนดี นิสัยน่ารักก็ยังมีอีกเยอะ และคนดีๆเหล่านี้แหล่ะครับ ที่ให้โอกาส Brenda ตัว Brenda เองก็ไม่เคยคิดว่า ความหูหนวกเป็นใบ้ของเธอนั้นจะเป็นอุปสรรคของชีวิต เธอจะหัวเราะเสมอ เวลาที่มีใครมาบอกเธอว่า รู้สึกสงสารที่ Brenda ต้องเกิดมาเป็นแบบนี้ เธอยืนยันว่า ถ้าเธอเลือกเกิดได้ เธอก็ขอเกิดมาเป็นคนหูหนวกเป็นใบ้แบบนี้แหล่ะเพราะมันช่วยทำให้เธอกลายเป็นคนเข้มแข็งและไม่ยอมแพ้ให้กับอะไรง่ายๆ ตอนนี้ Models.com จัดอันดับให้ Brenda เป็นหนึ่งใน ๒๕ นางแบบ ที่เซ็กซี่ที่สุดในโลกในยุคปัจจุบัน ( MThaiออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย ๒๓ พ.ค.๒๕๕๕) (HUNUAK)
30 เมษายน 2555
เครื่องช่วยฟัง
เครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอล จะมีราคาตั้งแต่หมื่นขึ้นไป สามารถปรับความถี่ ด้วยความพิวเตอร์
ส่วนมากคนที่สูญเสียการได้ยินไม่มากนัก จะใช้เครื่องช่่วยฟังช่วยในขยายเสียงให้ดังขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็น และใช้ใส่ตลอดเวลา
สำหรับผม เครื่องช่วยฟังจะช่วยผมได้ดีมาก ในการสื่อสาร แต่ผมไม่มีปัญญาซื้อเครื่องใหม่ เนื่องจากของเก่าหมดอายุการใช้งาน อย่างมากก็ 3 ปี ปัจจุบันนี้ ผมไม่ใส่เครื่องช่วยฟังนาน 2 ปีกว่าแล้ว และตอนนี้ ก็ยังมีอาการหูอื้อ เนื่องจากหกล้มรุนแรง หัวฟาดพื้น ไม่หายขาด ผมมักจะหูอื้อตอนที่พักผ่อนน้อย
เด็กหูหนวก ควรจะบังคับให้เขาใส่เพื่อฝึกการพูด และการฟัง เมื่อโตขึ้น ก็แล้วแต่ว่าใครจะชอบใส่ หรือไม่ใส่ก็ได้ ขึ้นอยู่ักับว่า เครื่องช่วยฟัง จะช่วยให้การได้ยินหรือไม่ หรือช่วยในการสื่อสารหรือไม่ เพราะในบางครั้ง คนหูหนวกที่สูญเสียความสามารถการได้ยินมาก อาจใส่ไป ไม่มีประโยชน์ อาจสร้างความรำคาญก็ได้
เพราะฉะนั้นเครื่องช่วยฟัง เป็นสิ่งจำเป็นในการฝึกพูดเมื่อตอนยังเล็ก ช่วยในการฟังด้วยในตอนโต ขึ้นอยู่กับความพอใจส่วนบุคคล
หูหนวก ผู้พิการทางการได้ยิน ใช้ได้โดยทั่วไป ผมชอบบอกกับทุกๆคนว่า "ผมเป็นคนหูหนวก" มากกว่า ใครๆ ก็มองว่าผมเป็นคนหูตึง เพราะผมพูดได้ สำหรับความรู้สึกผมแล้ว คำว่า"หูตึง"นั้น ฟังแล้วแปลกแยก
คำว่าหูตึงนั้น คือ คนที่ชอบการพูดมากกว่า และใช้ภาษามือตามคำพูด ซึ่งไม่ใช่ภาษามือแบบฉบับของคนหูหนวก ด้วยเหตุนี้ผมไม่ใช่คนหูตึง เพราะผมใช้ภาษามือแบบฉบับของคนหูหนวก และใช้ภาษาพูดด้วย เหมือนกับนักแปลภาษามือคนหนึ่งครับ
การเรียกใช้ ไม่ควรใช้ คำว่า บกพร่องทางการได้ยิน (hearing Impairment)และเช่นเดียวกันคำว่า "ใบ้"
Bkom HUNUAK
ส่วนมากคนที่สูญเสียการได้ยินไม่มากนัก จะใช้เครื่องช่่วยฟังช่วยในขยายเสียงให้ดังขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็น และใช้ใส่ตลอดเวลา
สำหรับผม เครื่องช่วยฟังจะช่วยผมได้ดีมาก ในการสื่อสาร แต่ผมไม่มีปัญญาซื้อเครื่องใหม่ เนื่องจากของเก่าหมดอายุการใช้งาน อย่างมากก็ 3 ปี ปัจจุบันนี้ ผมไม่ใส่เครื่องช่วยฟังนาน 2 ปีกว่าแล้ว และตอนนี้ ก็ยังมีอาการหูอื้อ เนื่องจากหกล้มรุนแรง หัวฟาดพื้น ไม่หายขาด ผมมักจะหูอื้อตอนที่พักผ่อนน้อย
เด็กหูหนวก ควรจะบังคับให้เขาใส่เพื่อฝึกการพูด และการฟัง เมื่อโตขึ้น ก็แล้วแต่ว่าใครจะชอบใส่ หรือไม่ใส่ก็ได้ ขึ้นอยู่ักับว่า เครื่องช่วยฟัง จะช่วยให้การได้ยินหรือไม่ หรือช่วยในการสื่อสารหรือไม่ เพราะในบางครั้ง คนหูหนวกที่สูญเสียความสามารถการได้ยินมาก อาจใส่ไป ไม่มีประโยชน์ อาจสร้างความรำคาญก็ได้
เพราะฉะนั้นเครื่องช่วยฟัง เป็นสิ่งจำเป็นในการฝึกพูดเมื่อตอนยังเล็ก ช่วยในการฟังด้วยในตอนโต ขึ้นอยู่กับความพอใจส่วนบุคคล
หูหนวก ผู้พิการทางการได้ยิน ใช้ได้โดยทั่วไป ผมชอบบอกกับทุกๆคนว่า "ผมเป็นคนหูหนวก" มากกว่า ใครๆ ก็มองว่าผมเป็นคนหูตึง เพราะผมพูดได้ สำหรับความรู้สึกผมแล้ว คำว่า"หูตึง"นั้น ฟังแล้วแปลกแยก
คำว่าหูตึงนั้น คือ คนที่ชอบการพูดมากกว่า และใช้ภาษามือตามคำพูด ซึ่งไม่ใช่ภาษามือแบบฉบับของคนหูหนวก ด้วยเหตุนี้ผมไม่ใช่คนหูตึง เพราะผมใช้ภาษามือแบบฉบับของคนหูหนวก และใช้ภาษาพูดด้วย เหมือนกับนักแปลภาษามือคนหนึ่งครับ
การเรียกใช้ ไม่ควรใช้ คำว่า บกพร่องทางการได้ยิน (hearing Impairment)และเช่นเดียวกันคำว่า "ใบ้"
Bkom HUNUAK
เลขา พก.แนะใช้เทคโนโลยีสร้างนวัตกรรมช่วยคนหูหนวกสื่อสารแทนล่ามภาษามือ
นางนภา เศรษฐกร เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (พก.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ เรื่อง “แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ ๔ พ.ศ.๒๕๕๕ – ๒๕๕๙” เมื่อวันที่ ๒๘ เม.ย.๒๕๕๕ ณ โรงแรมรอยัล ซิตี้ ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดโดยสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย และได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พก.หลังพิธีเปิดการประชุมดังกล่าว นางนภา เศรษฐกรได้บรรยายพิเศษ เรื่อง “พก. กับ การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนหูหนวก” ซึ่งประกอบด้วยสาระสำคัญ ดังนี้
แม้คนหูหนวกมีจุดเสียเปรียบเรื่องการมีความบกพร่องทางการได้ยินและการสื่อสารด้วยภาษาพูด แต่คนหูหนวกมีจุดได้เปรียบที่ลักษณะภายนอกดูเหมือนคนทั่วไป อย่างไรก็ตาม คนหูหนวกเป็นคนพิการกลุ่มใหญ่ที่มีพลังมาก ซึ่งในฐานะที่มีหน้าที่ส่งเสริมหน่วยงานด้านคนพิการทุกหน่วยงาน พก.พร้อมที่จะสนับสนุนคนหูหนวกโดยเฉพาะชมรมคนหูหนวกจังหวัดซึ่งปัจจุบันมีครบทุกจังหวัดรวม ๗๗ ชมรมและมีสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรแม่ ทั้งนี้ ชมรมฯต้องคิดเองว่า ต้องการทำอะไร เพื่อบริการช่วยเหลือสังคมและช่วยเพื่อนหูหนวกด้วยกันเองในการพัฒนาคุณภาพชีวิต การมาร่วมประชุมครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่จะชมรมฯ จะร่วมกันคิดยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพชีวิตคนหูหนวกและเดินหน้าดำเนินการต่อไป
สำหรับการสื่อสารของคนหูหนวก ถ้าไม่มีล่ามภาษามือ ก็ลำบากมาก ชมรมฯ ควรสำรวจศึกษาว่า จำนวนล่ามมีเพียงพอหรือไม่และคุณภาพของล่ามภาษามือเป็นอย่างไร ประชาสัมพันธ์ให้คนหูหนวกได้รับรู้เรื่องการขอใช้บริการล่ามภาษามือ และวิธีสื่อสารกับคนทั่วไป อย่างไรก็ตาม คนหูหนวกจะอาศัยล่ามภาษามืออย่างเดียว คงไม่ได้ และการใช้บริการของศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารสำหรับผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินและผู้ที่บกพร่องทางการพูด (Thai Telecommunication Relay Service : TTRS) ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง นอกจากนั้น การขอใช้บริการล่ามภาษามือ ก็ยังขอไม่ได้ทุกเรื่อง กล่าวคือ ตามระเบียบฯ คนหูหนวกขอใช้ล่ามได้เพียง ๔ ด้านได้แก่ ด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล กระบวนการยุติธรรม และการประชุมวิชาการ อย่างไรก็ตาม พก.กำลังดำเนินการแก้ไขระเบียบฯ ให้ขยายบริการล่ามภาษามือครอบคลุมถึงความขัดแย้งในครอบครัว และเรื่องอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน ปัญหาสำคัญ คือ จำนวนล่ามภาษามือมีไม่เพียงพอ และกระบวนการผลิตล่ามภาษามือค่อนข้างยุ่งยากและใช้งบประมาณจำนวนมาก
ขณะนี้ สมาคมล่ามภาษามือและ พก.กำลังยกร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาบริการล่ามภาษามือ ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๕๙ ซึ่งจะเสร็จเร็วๆ นี้ เพื่อเป็นกรอบให้ชมรมคนหูหนวกทั้ง ๗๗ จังหวัดพิจารณาว่าจะมีส่วนร่วมดำเนินการพัฒนาบริการล่ามภาษามืออย่างไร การพัฒนาบริการล่ามภาษามือประกอบด้วย ๕ ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ๑)การกำหนดนโยบายและกลไกการบริหารจัดการระบบบริการล่ามภาษามือให้มีประสิทธิภาพ ๒)การผลิตและพัฒนาล่ามภาษามือ ให้มีคุณภาพและเพียงพอ๓)การกำหนดมาตรฐานการให้บริการล่ามภาษามือ และการสร้างและพัฒนาระบบประเมินการให้บริการล่ามภาษามือ ๔)การพัฒนาองค์กรที่จัดบริการล่ามภาษามือ และ ๕)การสร้างสังคมให้มีส่วนร่วมในการสื่อสารด้วยภาษามือและบริการล่ามภาษามือ นอกจากนั้นชมรมฯ ควรตระหนักถึงการร่วมกับ พก.ดำเนินการส่งเสริมคนหูหนวกให้พัฒนาตนเองและมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศไทยเมื่อเห็นความสำเร็จของการพัฒนาตนเอง จะเกิดความภาคภูมิใจ ดังนั้น ชมรมฯ ควรดำเนินการให้ได้รับการรับรองมาตรฐานองค์กรจาก พก. ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้การให้บริการคนหูหนวกของทุกชมรมฯ มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน เนื่องจากหลักเกณฑ์ในการรับรองมาตรฐานครอบคลุมการพัฒนาองค์กร ผู้นำและบุคลากร รวมถึง การใช้จ่ายเงิน การให้บริการ รูปแบบการให้บริการ และคุณภาพการให้บริการ เป็นต้น ถ้าทั้ง ๗๗ ชมรม ได้รับการรับรองมาตรฐานองค์กร คนหูหนวกในทุกจังหวัดจะได้รับบริการมาตรฐานที่เท่าเทียมกัน ฉะนั้น ทุกชมรมฯ จึงต้องเร่งพัฒนาตนเองและเข้าสู่การประเมินมาตรฐานองค์กรโดยเร็ว ถ้าชมรมฯ ได้มาตรฐาน พก.จะพิจารณาให้เงินสนับสนุนการบริหารจัดการชมรมฯ ด้วย
ส่วนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ฯ ชมรมฯ จะต้องรวมกลุ่มคนหูหนวกเพื่อจัดทำแผน โครงการ และกิจกรรมในการพัฒนาบริการล่ามภาษามือ รวมถึง สำรวจความต้องการใช้ล่ามภาษามือ ควบคุมมาตรฐานบริการล่ามภาษามือ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของคนหูหนวกว่าสามารถเป็น “พลัง” และไม่ใช่ “ภาระ” ของสังคมอีกต่อไป อนึ่ง การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ฯ รวมทั้งการจัดทำแผน โครงการ / กิจกรรมจะต้องสอดคล้องกับ “แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ ๔ พ.ศ.๒๕๕๕ – ๒๕๕๙” ซึ่งสอดคล้อง “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๑ พ.ศ.๒๕๕๕ – ๒๕๕๙” ทั้งนี้ ชมรมฯไม่ต้องห่วงว่าจะทำโครงการอย่างไร เพราะ พก.พร้อมจะจับมือกับชมรม และสนับสนุนชมรมฯเสมอ
นอกจากนั้น สมาคมคนหูหนวกฯ และชมรมฯ ควรพิจารณากำหนดแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีในการสร้างนวัตกรรมการสื่อสารสำหรับคนหูหนวกในปัจจุบัน และอนาคต เช่น การใส่โปรแกรมภาษามือในโทรศัพท์มือถือเพื่อให้คนหูหนวกสามารถใช้สื่อสารกับคนทั่วไปทุกคนได้อย่างกว้างขวาง โดยไม่ต้องพึ่งล่ามภาษามือ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมคนหูหนวกให้สามารถดำรงชีวิตอิสระ และอยู่ร่วมกับคนทั่วไปในสังคมโดยไม่มีอุปสรรคกีดกั้น
ท้ายสุด นางนภา เศรษฐกร กล่าวว่า การเป็นองค์กรมาตรฐานจะส่งผลให้ชมรมฯ สามารถให้บริการล่ามภาษามืออย่างมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกันทุกชมรมฯ อันจะทำให้ผลการประเมินปรากฏว่า คนหูหนวกพอใจการให้บริการของล่ามภาษามือ ล่ามภาษามือพึงพอใจการบริการและการจ่ายเงินค่าตอบแทนโดยชมรมฯ รวมถึงการประสานงานระหว่างชมรมฯ ล่ามภาษามือ และสมาชิกหูหนวกมีประสิทธิภาพ และเป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย (มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย ๒๘ เม.ย.๒๕๕๕) 29509
07 กุมภาพันธ์ 2555
'ชุมพล'ไฟเขียวให้ไทยเสนอตัวจัดฟุตซอลคนหูหนวกโลก
“ชุมพล ศิลปอาชา” ไฟเขียว เห็นชอบให้ประเทศไทย เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาฟุตซอลคนหูหนวกชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 4 ปีค.ศ. 2015 แต่ยังต้องแข่งกันอีก 4 ชาติอย่างอิตาลี, รัสเซีย, อังกฤษ และไทย ก่อนสหพันธ์กีฬาคนหูหนวกโลกจะประกาศผลออกมาในเดือน ธ.ค.นี้ ...
นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เห็นชอบให้ประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาคนหูหนวกชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 4 ปี ค.ศ. 2015 ตามที่สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ เสนอมา ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์สร้างกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ (พ.ศ. 2553-2559) ของรัฐบาล
นายชุมพลกล่าวว่า ฟุตซอลเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก และกีฬาฟุตซอลคนพิการทางหูของไทย สร้างผลงานในระดับนานาชาติมาตลอด โดยเฉพาะครั้งที่ 2 ที่บัลแกเรีย เมื่อปี พ.ศ. 2550 ไทยได้รองแชมป์ ดังนั้นรัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงเห็นชอบให้ประเทศไทย เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลหูหนวกชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 4 ปี ค.ศ. 2015
สำหรับการดวลแข้งรายการนี้ มีขึ้นทุกๆ 4 ปี จัดมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกที่เนเธอร์แลนด์, ครั้งที่ 2 บัลแกเรีย และ ครั้งที่ 3 ที่สวีเดน โดยไทย จะเสนอเรื่องไปยังสหพันธ์กีฬาคนหูหนวกโลก ซึ่งขณะนี้มี 5 ชาติที่เสนอเข้ามาแล้ว ได้แก่ อิตาลี, รัสเซีย, อังกฤษ, อิหร่าน และ ไทย โดยสหพันธ์ฯ จะประกาศผลในเดือน ธ.ค. นี้
ไทยรัฐ 7 ก.พ. 2555
นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เห็นชอบให้ประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาคนหูหนวกชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 4 ปี ค.ศ. 2015 ตามที่สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ เสนอมา ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์สร้างกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ (พ.ศ. 2553-2559) ของรัฐบาล
นายชุมพลกล่าวว่า ฟุตซอลเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก และกีฬาฟุตซอลคนพิการทางหูของไทย สร้างผลงานในระดับนานาชาติมาตลอด โดยเฉพาะครั้งที่ 2 ที่บัลแกเรีย เมื่อปี พ.ศ. 2550 ไทยได้รองแชมป์ ดังนั้นรัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงเห็นชอบให้ประเทศไทย เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลหูหนวกชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 4 ปี ค.ศ. 2015
สำหรับการดวลแข้งรายการนี้ มีขึ้นทุกๆ 4 ปี จัดมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกที่เนเธอร์แลนด์, ครั้งที่ 2 บัลแกเรีย และ ครั้งที่ 3 ที่สวีเดน โดยไทย จะเสนอเรื่องไปยังสหพันธ์กีฬาคนหูหนวกโลก ซึ่งขณะนี้มี 5 ชาติที่เสนอเข้ามาแล้ว ได้แก่ อิตาลี, รัสเซีย, อังกฤษ, อิหร่าน และ ไทย โดยสหพันธ์ฯ จะประกาศผลในเดือน ธ.ค. นี้
ไทยรัฐ 7 ก.พ. 2555
18 มกราคม 2555
Jurus Angkie Yudistia Berkomunikasi คนหูหนวกอินโดนีเซีย
ขอเก็บเธอไว้ใน บล็อก Hunuak เธอเป็นคนหูหนวกอินโดนีเซียที่ผู้เขียนรู้จัีก
เขาเคยมาประชุมที่เมืองไทย เธอเป็นคนสวย และเก่งมากๆ ขอให้ประสบความสำเร็จในชีวิต และหน้าที่การงาน
I'd like to keep her, she, Indonesian Deaf, is smart and beautiful. Jurus Angkie Yudistia.
15 มกราคม 2555
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ป้ายกำกับ
- เกม (1)
- โรงเรียนโสตศึกษา (8)
- สิ่งอำนวยความสะดวก (20)
- หูหนวก (102)
- Deaf TV (1)
- Deaf vocation (24)
- Hunuak TV (20)
- LD (1)
- Training (1)






