14 สิงหาคม 2555

หนุ่มหูหนวกไทยหอบสินสอดแต่งสาวหูหนวกเวียดนาม




หนุ่มหูหนวกชาวไทยหอบสินสอดสู่ขอสาวหูหนวกถึงเวียดนาม ก่อนแต่งอีกรอบที่ จ.ตรัง เผยพบรักเมื่อ 5 ปีที่แล้วขณะไปเที่ยวสหรัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (13 ส.ค.) ที่อาคารคอซิมบี้ เทศบาลเมืองกันตัง อ.กันตัง จ.ตรัง มีการจัดพิธีแต่งงานระหว่างนายวรพงศ์ เอกผล หรือ เต็ก อายุ 32 ปี และ น.ส.เงียน ติ๊ เฟือง อายุ 24 ปี จากเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ซึ่งต่างเป็นหูหนวกทั้งคู่ ท่ามกลางครอบครัวของเจ้าบ่าวและพ่อแม่ของเจ้าสาว และแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีกว่า 500 คน
 น.ส.วิริยาภรณ์ เอกผล อายุ 33 ปี พี่สาวเจ้าบ่าว กล่าวว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้วนายวรพงศ์ไปเที่ยวสหรัฐแล้วมีโอกาสเจอเพื่อน น.ส.เงียน ติ๊ เฟือง ต่อมามีการแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน ขณะนั้นฝ่ายหญิงยังอยู่เวียดนาม จากนั้นทั้งคู่ติดต่อพูดคุยกันทางอินเตอร์เน็ต ก่อนจะตกลงคบหาดูใจกัน กระทั่งความรักสุกงอมจึงจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ที่เมืองไฮฟง ประเทศเวียดนาม บ้านเกิดของฝ่ายหญิง โดยเจ้าบ่าวนำเงินสด 60,000 บาท ทองรูปพรรณ 50 สตางค์ รวมมูลค่ากว่า 75,000 บาท ไปสู่ขอฝ่ายหญิงตามประเพณี โดยหลังเสร็จพิธีทั้งคู่จะบินไปจดทะเบียนสมรสอีกครั้งที่เวียดนาม ส่วนจะเลือกอยู่ที่ประเทศไหนบ่าวสาวจะตัดสินใจอีกครั้ง

05 สิงหาคม 2555

ฝึกคนหูหนวกเป็นนักวิทยาศาสตร์


ด้วยข้อจำกัดด้านการฟังของนักเรียนหูหนวก ทำให้พวกเขาอาจต้องใช้เวลาในการเรียนรู้มากกว่าเด็กทั่วไป ขณะเดียวกันสื่อการเรียนการสอนที่สนุกและเหมาะสมต่อการพัฒนานักเรียนหูหนวกก็ยังขาดอยู่มาก โลกของนักเรียนหูหนวกจึงยังคงดูเงียบงัน ทั้งที่พวกเขามีศักยภาพและมันสมองในการเรียนรู้ไม่แพ้คนปกติ เพื่อปลุกพลังการเรียนรู้ของนักเรียนหูหนวก ฝ่ายบริหารค่ายวิทยาศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับครูสอนนักเรียนหูหนวกและนักเรียนหูหนวก จำนวน ๒๐ คนในหัวข้อ “ฝึกเป็นนักวิทยาศาสตร์ผ่านผลไม้ตระกูลส้ม” กิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่สนุกและเข้าใจง่าย ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ คลองห้า ปทุมธานี
นางฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารค่ายวิทยาศาสตร์ สวทช. กล่าวว่า แนวคิดกิจกรรมดังกล่าวได้ประยุกต์มาจากความร่วมมือทางด้านวิชาการของห้องปฏิบัติการทอยโท มหาวิทยาลัยบีเลเฟลด์ ประเทศเยอรมนี ที่เน้นการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านการทดลอง เด็กจะได้เรียนรู้ผ่านการฝึกประสาทสัมผัสและการสังเกตปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว โดยทาง สวทช. ได้นำแนวกิจกรรมดังกล่าวมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับนักเรียนหูหนวก และใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่เหมาะกับท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น เช่น ใช้มะนาวหรือส้มของไทยในการทดลอง น้ำสีม่วงก็ใช้อัญชัน หรือผักหรือผลไม้ท้องถิ่นของไทยบางชนิดที่ให้สีม่วงแทน และใช้เปลือกไข่ไก่ที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตแทนกระเบื้องหินอ่อนในการทดสอบกรด
เด็กชายณัฐวุฒิ สุวรรณย้อย นักเรียนโรงเรียนโสตศึกษานนทบุรี จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า กิจกรรมที่ชื่นชอบเป็นพิเศษคือ มายากลหมึกล่องหน ที่ใช้น้ำมะนาวมาวาดภาพบนกระดาษ เมื่อแห้งแล้วไม่เห็นภาพใดๆ แต่เมื่อนำไปรีดกับเตารีดแล้วปรากฏเป็นภาพเข้มปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน และคิดจะกลับไปเล่นเขียนจดหมายลับกับเพื่อนๆ อีกครั้ง
ส่วนนายวนรินทร์ แสงภิรมย์ นักเรียนโรงเรียนโสตศึกษานนทบุรี จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ชื่นชอบกิจกรรมทดลองน้ำมันจากผิวเปลือกส้ม โดยหันเปลือกส้มเข้าหาเปลวเทียน แล้วบีบเปลือกส้ม จะปรากฏเปลวไฟสว่างลุกวาบขึ้นมา ตนรู้สึกสนุกและตื่นเต้นมาก และไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า ภายในผิวเปลือกส้มที่แกะออกมานี้จะมีน้ำมันที่สามารถนำมาทดลองเล่นสนุกได้แบบนี้
ด้าน นางสาวจีรนันท์ โฉมแผลง ครูสอนนักเรียนหูหนวก จากโรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า กิจกรรมทดลองดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงสาระทางวิทยาศาสตร์และนำไปจัดการเรียนการสอนทางวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี และมีแผนในการพัฒนาไปใช้ในการจัดกิจกรรมค่ายและการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในชั้นเรียนต่อไป
“ชอบกิจกรรมการทดลองเรื่อง อินดิเคเตอร์จากพืช เพราะโดยส่วนตัวมีความสนใจเรื่องกรดและเบสอยู่แล้ว และเมื่อได้ทดลองปฎิบัติในการนำวัสดุจากพืชในธรรมชาติมาทดลองความเป็นกรด-เบสทำเกิดสีสันสวยงาม ดึงดูดนักเรียนช่วยสร้างความน่าสนใจในการเรียน” (newswit.com ออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย ๓ ส.ค.๕๕)

27 กรกฎาคม 2555

มก. ปิ๊งไอเดีย ช่องทางสื่อสารภาษามือไทยผ่าน Thai SL App

   มนุษยศาสตร์ มก. ปิ๊งไอเดีย พัฒนานวัตกรรมผสมผสานภาษามือไทยกับเทคโนโลยีสารสนเทศ  เป็น Thai SL App แอปพลิเคชันภาษามือไทย ทลายกำแพงการสื่อสารระหว่างคนปกติและผู้บกพร่องทางการได้ยิน 

      
       ปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง สถาบันภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษาราชนครินทร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คิดค้นและพัฒนานวัตกรรม Thai SL App แอปพลิเคชันภาษามือไทยที่ผสมผสานภาษามือไทยกับเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดประโยชน์ทางการสื่อสาร และยังสร้างเสริมความเข้าใจทั้งผู้บกพร่องทางการได้ยิน ผู้ได้ยินปกติ รวมถึงผู้ที่สนใจเรียนภาษามือไทยด้วย
รศ.ดร. อภิลักษณ์ ธรรมทวีธิกุล ผู้อำนวยการสถาบันภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษาราชนครินทร์ คณะมนุษยศาสตร์ เล่าถึงที่มาของนวัตกรรมชิ้นนี้ว่า แอปพลิเคชันภาษามือไทยหรือนวัตกรรมสื่อพกพาภาษามือไทย Thai Sign Language iPhone/IPad App และ Android App (Thai SL App) ถือกำเนิดมาจากงานวิจัยที่ทำร่วมกับนิสิตปริญญาโทที่ใช้ภาษามือ จากพจนานุกรมดิจิตอลภาษามือไทย เพื่อให้คนหูหนวกและคนหูดีเชื่อมโยงสื่อสารระหว่างกัน
      
       
"ต่อมาได้พัฒนาต่อยอดเป็นพจนานุกรมสารสนเทศภาษามือไทยซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนในการจัดทำ โดยมีคณะผู้วิจัยคือ รศ. ดร. อภิลักษณ์ ธรรมทวีธิกุล หัวหน้าโครงการ และผู้วิจัยหลัก น.ส. จิรภา นิวาตพันธุ์ ผู้ร่วมวิจัย และ Mr. Philipp Dill ผู้เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนด้านบุคลากรจากวิทยาลัยราชสุดา และมูลนิธิภาษาศาสตร์ประยุกต์ในการร่วมวิจัย จากนั้นได้พัฒนาต่อยอดมาเป็นแอปพลิเคชันภาษามือไทย ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา"

       รศ.ดร. อภิลักษณ์กล่าวต่อไปว่า ภาษามือมีรูปแบบที่ชัดเจน แต่ละภาษามีพยัญชนะ สระ คำนาม สรรพนาม กริยา และไวยากรณ์ที่ชัดเจนเหมือนภาษาพูดทั่วไป ต่างกันตรงที่วงจรการสื่อสารของภาษามือใช้ท่ามือแทนคำพูด เนื่องจากการรับสารเกิดจากการมองเห็น แทนการได้ยิน และเนื่องจากคำศัพท์ใช้ท่ามือและรับรู้โดยสายตา ศัพท์จำนวนหนึ่งจึงอาจเข้าใจได้ง่ายและคล้ายกันในภาษามือต่างๆ เพราะท่ามือมีรูปแบบใกล้เคียงกับรูปลักษณ์ของสิ่งที่อ้างถึง
      
       
"ผู้ที่มีอุปสรรคในการสื่อสารภาษามือ สามารถค้นหาคำศัพท์ที่สงสัยจากแอปพลิเคชันภาษามือไทยและพจนานุกรมสารสนเทศภาษามือไทยได้ ซึ่งคำตอบจะเป็นวีดิโอคลิป มีทั้งศัพท์ภาษามือเชียงใหม่และภาษามือสงขลา พร้อมมีตัวอักษรภาษาไทย และภาษาอังกฤษประกอบ ทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้ภาษามือไทย นอกจากนี้ในโปรแกรมยังจัดเรียงศัพท์เป็นหมวดต่างๆ ตามคุณสมบัติทางไวยากรณ์เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการสืบค้น และมีการเพิ่มคำอธิบายไวยากรณ์ พร้อมตัวอย่างการใช้จริงในพจนานุกรมฉบับสารสนเทศ"
      
      
      
       ผอ.สถาบันภาษาศาสตร์ฯ เพิ่มเติมว่า การจัดหมวดหมู่ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสารกับคนที่บกพร่องทางการได้ยิน รวมถึงเป็นเครื่องมือช่วยสำหรับการสื่อสารระหว่างกลุ่มคนหูหนวกไทยต่างๆ ที่ใช้ภาษามือแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นของตน และยังใช้เป็นเครื่องมือช่วยการเรียนการสอนในการอ่านเขียนภาษาไทยและภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนนักศึกษาหูหนวกไทยได้ด้วย
      
       
"จากผลสำรวจยังพบว่า คนหูหนวกมีความสนใจฝึกออกเสียงพูด ซึ่งถ้าหากพัฒนาได้ พวกเขาจะมีความสุขมากหากสามารถสื่อสารกับคนได้ยินปกติได้ด้วยการออกเสียงพูด แต่อุปสรรคขณะนี้คือ มีการสื่อสารอ่านออกเขียนได้ พูดได้น้อยมาก ทางสถาบันฯ จึงได้ต่อยอดพัฒนาโปรแกรมสอนการออกเสียงพูด โปรแกรมระบบเสียงภาษาไทยออนไลน์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนหูหนวก หรือเรียกว่านวัตกรรมสื่อระบบเสียงภาษาไทยออนไลน์ ซึ่งแสดงระบบเสียงภาษาไทยผ่านมัลติมีเดียโดยมีการสาธิตการออกเสียงสระ พยัญชนะและวรรณยุกต์ภาษาไทย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาระบบการออกเสียงภาษาไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่บกพร่องทางการได้ยิน คนได้ยินปกติ รวมถึงชาวต่างชาติด้วย" ผอ.สถาบันภาษาศาสตร์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
      
       
สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดฟรี ได้ที่ App Store หรือที่เว็บไซต์ สถาบันภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษาราชนครินทร์  และสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาระบบเสียงภาษาไทย สามารถเยี่ยมชมนวัตกรรมสื่อระบบเสียงภาษาไทยออนไลน์ได้  >>ที่นี่<<  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สถาบันภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษาราชนครินทร์ โทร. 02 - 579 - 5567 - 8 ต่อ 1516

21 กรกฎาคม 2555

Reflection of Mind

มีเพื่อนในคลิปวีดีโอนี้ด้วย ลองคลิกดูนะ



Creative: หรินทร์ แพทรงไทย
ผู้กำกับ&ตัดต่อ: พิอ้าย แจ่มจันทร์
ภาพ: ชัยวัฒน์ ถกลอดิสัย

12 กรกฎาคม 2555

เด็กหูหนวกในประเทศไทยมีกว่าล้าน ๘ แสนคน เด็กชนบทเสี่ยงมากกว่าเด็กในเมือง


มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยการสนับสนุนของบริษัทอินทิเมกซ์ เปิดโครงการ “หนูอยากได้ยินเสียงแม่” ณ โรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์ จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๖๐ ปีแห่งการก่อตั้งมูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือผู้บกพร่องทางการได้ยิน โดยเฉพาะเด็กวัย ๐-๗ ปี ให้เข้าถึงอุปกรณ์ช่วยการได้ยิน ส่งเสริมให้เด็กได้รับโอกาสในการเข้าถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกับเด็กทั่วไป มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี สามารถอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยมีความประสงค์จะมอบเครื่องช่วยฟังหรือประสาทหูเทียมให้ผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินที่ผ่านการพิจารณาแล้ว
นายศุขสนั่น โชติกเสถียร ประธานกรรมการมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกในพระบรมราชินูปถัมภ์กล่าวว่า สถิติเด็กที่เกิดมาแล้วหูหนวกมีประมาณ ๓ ในพันคน หรือประมาณ ๑ ล้าน ๘ แสนคนทั่วประเทศ ซึ่งคนหูหนวกนั้นจะเป็นใบ้โดยปริยาย คนหูหนวกมีปัญหามากกว่าคนตาบอด คนตาบอดสามารถได้ยินและพัฒนาการได้เหมือนคนปกติ ขณะที่คนหูหนวกจะไม่สามารถพูดได้ และมีโอกาสที่จะเป็นบุคคลปัญญาอ่อนได้ด้วย ดังนั้นจึงต้องเร่งให้ความช่วยเหลือบุคคลหูหนวกเพื่อให้เขาได้มีโอกาสทางสังคมอย่างเท่าเทียมกับคนอื่น
นอกจากนี้ยังพบว่าพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร เด็กมีโอกาสเสี่ยงเกิดมาหูหนวกมากกว่าเด็กในเมือง เนื่องจากมีลักษณะการดำรงชีวิตที่ไม่เหมาะกับสุขภาวะ เช่น แม่อาจจะใช้ยาปฏิชีวนะ หรือเด็กทารกที่เป็นหัดเยอรมัน ไข้สูง อย่างไรก็ตามพบว่าปัจจุบันสถิติเด็กที่เกิดใหม่จำนวนเด็กหูหนวกลดลง (สวท.เชียงใหม่ออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย๗ ก.ค.๒๕๕๕)